วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รายการอาหาร แมคโครไบโอติกส์

รายการอาหาร แมคโครไบโอติกส์

เนื่องจากคนที่นำสูตรอาหารแมคโครไบโอติกส์จากกลุ่มชนอเมริกามาแพร่หลายในเมืองไทยมีเจตนาบริสุทธิ์ หวังจะให้คนไทยเราได้ลองรับประทานอาหารแบบนี้ เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์ โดยหวังแต่ความปลื้มใจแต่ประการเดียว ผมจึงได้โอกาสนำรายการอาหารแมคโครไบโอติกส์มาเผยแพร่หลักมีอยู่ว่า

1. ให้เราหลีกเลี่ยงน้ำมันทุกชนิด ใช้แต่น้ำมันงาอย่างเดียว

2. อาหารทุกชนิดห้ามกินดิบ เช่น ผัก ก็ต้องนำมานึ่งก่อน แม้แต่กล้วยสุกก็ต้องปิ้งหรือเผา

3. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำตาลปรุงอาหาร ยอมให้รสเค็มและรสเปรี้ยวอ่อนๆได้เท่านั้น อนุโลมๆ เช่น แกงส้มมะรุมหรือผักกวางตุ้งก็ไร้รสจัด น้ำปลาซีอิ๊ว น้ำส้มหมัก น้ำแครอทปั่นก็ต้องนึ่งจนสุกก่อนนำมาบด

อาหารทั้งหมดจากนักโภชนาการนานาชาติขนานนี้ ตรงกับอาหารไทยเป๊ะๆ คือ แกงส้มมะรุม หัวไชเท้า หรือแกงส้มผักที่ปลอดสารยาฆ่าแมลงทุกชนิด

หากใครได้รับประทานอาหาร แมคโครไบโอติกส์ รับรองว่าสุขภาพของคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอน สบายตัว อย่างบอกไม่ถูกทีเดียวเชียว ไม่เชื่อก็ลองดู

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เทศกาลกินเจของคนจีน

เทศกาลกินเจของคนจีน

คนจีนเขามีประเพณีการกินอาหารมังสวิรัติกันปีละหน เป็นเวลาสิบวัน คนไทยเราก็เลยสนุกสนานไปกับเขาด้วย ตั้งแต่วันที่ 29 กันย์ เป็นต้นไป ในเขตที่มีคนจีนอยู่หนาแน่น ใกล้ๆกับศาลเจ้าใหญ่ๆ จะมีร้านค้าอาหารมังสวิรัติตั้งเรียงรายกันตั้งแต่เช้ากระทั่งค่ำคืน อาหารเจของเขามีการเอากลูเต็น (โปรตีนจากแป้งสาลี) มาดัดแปลงปรุงเป็นอาหารด้วย นำเอามาทำเลียนแบบไส้หมูและกระเพาะหมูต้มเค็มนำมารับประทาน ถ้าไม่สังเกตก็แทบจะไม่รู้เลย

รองจากกลูเต็นก็คงจะเป็นอาหารจำพวกถั่วเหลือง ตั้งแต่เต้าหู้แผ่น, เต้าหู้ทอด, น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำซีอิ๊ว, และเต้าเจี้ยว เต้าสี้ ซึ่งทำมาจากถั่วเหลือง ในการนี้มีผักต่างๆเกือบทุกชนิด ไม่มีหอมและกระเทียม ผัดบ้างต้มบ้าง รสต่างๆบางแห่งก็จัดใส่ชามไว้ต้อนรับลูกค้า มีราคาแพงบ้างไม่แพงบ้าง คนไทยเราเป็นยอดนักชิมอยู่แล้ว ไม่ว่าเทศกาลอะไร ของใคร คนไทยเราร่วมด้วยได้ทุกที่

สิ่งที่ผมเป็นห่วงคนไทยในเทศกาลกินเจนี้ก็คือ อาหารเจที่เขานำมาขายนั้นบางถ้วยตั้งร้อยตั้งชั่ง ใครจะรับประทานถ้วยไหน อย่าลืมสอบถามราคาจากคนขายเขาเสียก่อน อย่าเล่นไปชี้เอาๆ ละ ระวังกระเป่าจะฉีก ผมได้ข่าวมาว่าแตะละร้านที่เปิดขายอาหารเจนั้น ในเทศกาลกินเจปีหนึ่งๆ แค่เวลาเพียงสิบวัน เขาได้กำไรเป็นเงินก้อนใหญ่กันทุกปีเชียว ยิ่งปีที่อาหารขยับตัวสูงด้วยแล้ว ราคาอาหารคงจะแพงไม่ใช่น้อยเลย นักทำอาหารเจทั้งหลายคงจะต้องจ่ายเพิ่มอีกหลายบาท และเมื่อเขาเสียเงินทำอาหารไปมาก เขาก็ต้องมาหากำไรกับคนกินเป็นแน่แท้ดั่งแช่แป้ง

ธรรมเนียมอาหารเจของคนจีนนั้น นอกจากจะงดกินเนื้อสัตว์ทุกชนิดแล้ว ยังงดกินหอมและกระเทียม ทั้งๆที่หอมและกระเทียมเป็นพืชก็ตาม เขาก็งดกัน..แปลกแต่จริงแท้หนอ

ตำนานการกินอาหารเจ

ตำนานการกินอาหารเจ

วันนี้เราจะไปเที่ยวประเทศจีนกัน เข้าไปในตำนานเมืองจีน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีปัญญาชน 9 คน เข้าไปเสนอความเห็นต่อชนชั้นปกครอง ซึ่งยังคงเป็นระบบพระเจ้าแผ่นดิน (อ่องเต้) มีอำนาจสมบูรณาญาสิทธิ์อยู่ แต่ความคิดเห็นของ 9 ปัญญาชนนั้นทำให้ฮ่องเต้กริ้ว จึงแพ้ภัยตนเอง ถูกประหารชีวิตไปในที่สุด ในตำนานจีนได้กล่าวไว้ว่า วิญญาณของ 9 ปัญญาชนนั้นได้รับฐานันดรเป็น “อรดา” มีชื่อเรียกว่า “กิ๊วอ๊วงฮุดโจ๊” ที่เขาไม่เรียกว่า “เก้าอ๊วง”เพราะเพี้ยนไปได้กับคำว่า “เก๊า” (ซึ่งแปลว่าหมา) เรียกเพี้ยนไปเป็น “กิ๊วอ๊วง” เสียให้เรียบร้อยดี

ชาวจีนนิยมนับถือกิ้วอ๊วงฮุดโจ๊ทั่วประเทศ จึงได้กำหนดเอาวันที่ 1 เดือนเก้าของจีน สิบวัน (ตรงกับวันที่ 11 ตุลาคม ถึง 21) เป็นวันระงับการรับประทานสิ่งมีชีวิตเป็นอาหาร เพื่อให้เป็นกุศลบุญราศีส่งไปถึง “ฮุดโจ๊” (พระอรหันต์) ทั้ง 9องค์นี้ ทุกๆปีสืบมา เมื่อถึงวันที่ 1 เดือนเก้าของจีน ชาวจีนทั้งหลายจะนุ่งขาวห่มขาว งดอาหารที่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ทุกประเภท ออกไปไหว้เจ้าตามศาลที่ตนนับถือ เป็นประเพณีสืบทอดกันมาแต่โบราณ รวมทั้งการตั้งโรงทานเปิดให้มีการแจกอาหารให้คนจนกินฟรีตลอดสิบวัน ทุกโรงเจทุกแห่ง เป็นที่เอิกเกริก ใครอยากรับประทานอาหารแบบเจในแบบของคนจีน ก็เชิญไปหามารับประทานได้เลยครับ ได้ทั้งสุขภาพที่ดี และได้ทั้งบุญด้วย...อันที่จริงเกิดเป็นมนุษย์มีปัญญาในการทำมาหากินร้อยแปดพันอย่าง ถ้าหลีกเลี่ยงที่จะเบียดเบียนได้ก็จงทำเสียเถิด ชาติหน้าฟ้าใหม่ฉันใดจะได้เกิดมาแล้วมีความสุข...สาธุ

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เมนูอาหารสุขภาพ ซุปสูตร Macrobiotics

เมนูอาหารสุขภาพ ซุปสูตร Macrobiotics

ในกระบวนอาหารที่ซดน้ำเท่าที่ผมเคยชิน ก็มีแกงส้มปลาช่อน ปรุงรสอ่อนๆ แล้วก็มี ซุปซังข้าวโพด อีกอย่างที่แปลก แต่อร่อย เขาเอาข้าวโพดหวานมาต้มจนสุก แล้วเอาเนื้อข้าวโพดไปทอดพอสุก ไม่ถึงกรอบ ส่วนน้ำต้มข้าวโพดเขาไม่ทิ้ง เอาซังข้าวโพดลงไปเคี่ยว ใส่เต้าหู้หลอดหั่นชิ้นย่อมๆ ลงไปเล็กน้อย ปรุงรสให้เค็มอ่อนๆ ตักใส่ชามซุป แจกคนละถ้วย

ผมชิมดูแต่แรกก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลย พอตักซดช้อนแรกเข้าจึงรู้ว่ารสชาติของเขาดีทีเดียว ซุปซังข้าวโพดนั้นมีอมหวานในตัวเข้าท่ามาก กินกับเนื้อข้าวโพดทอดถูกกันนัก ยิ่งถ้ามีเต้าหู้หลอดชิ้นเล็กลอยในชามซุป ทำให้มีศักดิ์ศีรขึ้นอีกเป็นกองเลยสำหรับซุปนี้ ไม่ได้กระจอกงอกง่อยอย่างที่คิดไว้แต่แรกเลย

สิ่งที่ผมแปลกใจไม่น้อยเลยก็คือว่า อาหารส่วนใหญ่ในรายการ มีแป้งเป็นส่วนใหญ่ เช่น ข้ามซ้อมมือปนถั่วแดง 20 เปอร์เซ็นต์ เกลือหยิบมือ, ข้าวเหนียวดำคลุกงาดำ, และ ข้าวโพดทอดพอสุก (ไม่ให้กรอบ) เพียงเท่านี้ ก็ล้วนแต่เป็นอาหารแป้งจำพวกคาร์โบไฮเดตรทั้งสิ้น นาจะเป็นเหตุให้น้ำหนักตัวเพิ่ม แต่กลับไม่ได้ทำให้ผมอ้วนขึ้นอย่างที่ได้นึกกลัวไว้เลย

ขนาดคนที่ร่วมวงรับประทานอาหารนี้กับผม บางคนกินเยอะมาก ใส่เต็มจานพูนๆเลย แต่ก็ไม่ทำให้หน้าท้องปริเหมือนสมัยหนุ่มๆเลย

อย่างไรก็ตามผมก็ยังไม่เชื่อว่า อาหารนี้จะสามารถยับยั้งมะเร็งได้ แต่ที่แน่ๆ คือว่า สบายท้องไส้มากๆ เพราะอาหารมีกากมากนั่นเอง